กระดูกสันหลังเสื่อม เพราะ 8 กิจวัตรประจำวัน ที่ทำร้ายกระดูกสันหลังโดยไม่รู้ตัว

กระดูกสันหลังเสื่อม “กระดูกสันหลัง” เป็นโครงสร้างที่เป็นแกนกลางของลำตัวมนุษย์ และยังเกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาท ความผิดปกติหรือโรคที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังจึงมีความสำคัญในทางการแพทย์อย่างมาก ความผิดปกตินี้อาจเป็นมาแต่กำเนิด หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูก หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุ
“กระดูกสันหลัง”  เป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญของร่างกายโดยมันมีหน้าที่ป้องกันอันตรายให้แก่ไขสันหลัง อีกทั้งยังเป็นอวัยวะที่ช่วยคงรูปร่าง ช่วยให้เราเคลื่อนไหวได้สะดวก และเป็นที่ยึดของกล้ามเนื้อต่างๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรดูแลกระดูกสันหลังให้ดีที่สุด

ในแต่ละวันกิจกรรมบางกิจกรรมอาจทำร้ายกระดูกสันหลังทางอ้อม มาดูกันสิว่าเราควรระวังกิจกรรมอะไรบ้าง..

1.) การยกของลงมาจากที่สูง

ขอบคุณภาพจาก : BrightSide.me
(ภาพประกอบวาดโดย Natalia Kulakova)

เมื่อคุณเอื้อมหยิบบางสิ่งจากที่สูง กระดูกสันหลังของคุณจะยืดสุด และเมื่อคุณเอื้อมหยิบมันลงมา น้ำหนักสิ่งของนั้นๆทั้งหมดจะหล่นทับและกดลงมาอย่างแรง ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นอันตรายกับหมอนรองกระดูกสันหลังอย่างแน่นอน
เราสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้โดยการ ใช้เก้าอี้ หรือบันได ต่อตัวขึ้นไป เพื่อให้ตัวคุณสูงขึ้นไปให้สิ่งของอยู่ในระดับบริเวณอก หรือในตำแหน่งที่คุณไม่ต้องเอื้อมหรือยืดตัวเพื่อยกสิ่งของได้สะดวก

 

2.) สะพายกระเป๋า

ขอบคุณภาพจาก : BrightSide.me
(ภาพประกอบวาดโดย Natalia Kulakova)

การสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักมาก หรือการสะพายกระเป๋าที่หลังแบบไม่ถูกท่าเป็นประจำทุกวัน สามารถส่งผลกระทบต่อกระดูกไขสันหลังได้
ซึ่งเราสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้โดยการ ไม่ใส่ของในกระเป๋าหนักเกินไป และใช้สายสะพายพาดที่แขนทั้งสองข้างแทนการสะพายข้างเดียว รวมถึงเลือกซื้อกระเป๋าที่มีสายสะพายที่นิ่มเพื่อลดแรงกดที่ คอ และไขสันหลัง

 

3.) การก้มผูกเชือกรองเท้า

ขอบคุณภาพจาก : BrightSide.me (ภาพประกอบวาดโดย Natalia Kulakova)

การก้มลงไปผูกเชือกรองเท้า โดยใช้ท่างอหลังนั้น เป็นการทำร้ายกระดูกสันหลังของเราได้
ซึ่งเราสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้โดยการ ผูกเชือกรองเท้าในขณะที่อยู่ในท่านั่ง และยกขาขึ้นมาเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องก้มงอหลังแทนการยืนโน้มตัวมายังพื้น

 

4.) ทำความสะอาดพื้น

ขอบคุณภาพจาก : BrightSide.me (ภาพประกอบวาดโดย Natalia Kulakova)

สำหรับคุณแม่บ้าน ที่ต้องทำความสะอาดบ้าน ไม่ว่าจะเป็น กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือขัดห้องน้ำ ล้วนแต่เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณเกิดความรู้สึกปวดไขสันหลัง ขา และแผ่นหลังได้
ซึ่งเราสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้โดย พยายามอย่าก้มตัว เพื่อใช้มือขัดหรือถูพื้นโดยตรง แต่ให้เปลี่ยนใช้แปรงขัดพื้นด้ามยาว หรือไม้ถูพื้นด้ามยาว แทน

 

5.) หิ้วถุงพลาสติกจากการช็อปปิ้ง

ขอบคุณภาพจาก : BrightSide.me
(ภาพประกอบวาดโดย Natalia Kulakova)

การถือถุงพลาสติกที่ใส่สินค้าเป็นจำนวนมากหลังกลับจากซุปเปอร์มาร์เก็ต อาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง/ปวดไหล่ตามมาได้ในภายหลัง
ซึ่งเราสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้โดย ไม่ถือสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเกินไป และถือของโดยใช้มือสองข้างเพื่อกระจายน้ำหนัก

 

6.) เปลี่ยนยางรถยนต์

ขอบคุณภาพจาก : BrightSide.me
(ภาพประกอบวาดโดย Natalia Kulakova)

การเปลี่ยนยางรถด้วยตัวเอง ถือเป็นเรื่องท้าทายมากทีเดียวสำหรับคนที่มีรถยนต์ ซึ่งหลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกับอาการปวดหลังที่มักเกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนยางรถยนต์นั้น
เราสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้โดย ควรระวังไม่ควร โค้งตัว หรืองอหลัง ไปยังล้อรถมากเกินไป ควรป้องกันโดยให้นั่งบนพื้น หรือนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆ เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับยางรถ

 

7.) ล้างจาน

ขอบคุณภาพจาก : BrightSide.me
(ภาพประกอบวาดโดย Natalia Kulakova)

ในขณะที่เราล้างจาน เรามักจะยืนโค้งครึ่งตัวพร้อมกับทำแขนตึง ซึ่งนั่นจะทำให้ หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมไวขึ้น
ซึ่งเราสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้โดยการ ใช้เก้าอี้หัวโล้นเป็นที่พักหัวเข่าหนึ่งข้างในขณะที่ล้างจาน โดยมันจะช่วยลดแรงกดได้

 

8.)  แปรงฟัน

ขอบคุณภาพจาก : BrightSide.me
(ภาพประกอบวาดโดย Natalia Kulakova)

อะไรนะ!การแปรงฟัน? ใช่แล้วค่ะการแปรงฟันถือเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างนึงที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลัง โดยขณะเมื่อเรายืนแปรงฟัน แรงกดบริเวณไขสันหลังจะมากกว่าตอนเดิน
ซึ่งเราสามารถลดผลกระทบหรืออันตรายที่เกิดขึ้นบริเวณไขสันหลังได้โดยการ ยืนพิงกำแพง หรืออ่างล้างหน้าในขณะแปรงฟัน

 

เห็นแล้วใช่ไหมว่า..กิจกรรมต่างๆที่ทำในชีวิตประจำวันนั้น มีส่วนในการทำร้านกระดูกสันเราของเราได้แบบไม่รู้ตัว แม้เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำกิจวัตรประจำวันเหล่านี้ได้ แต่การพยายามระวังป้องกันตามวิธีการที่่แนะนำข้างต้นก็พอจะช่วยบรรเทาอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อไปได้ในอนาคต

อ่านบทความ :  “ปวดหลัง เจ็บหลัง ทั้งที่อายุยังไม่เยอะ…สาเหตุเพราะอะไร? ใช่โรคร้ายแรงหรือไม่?”


อ้างอิง : brightside.me
แชร์บทความนี้