กระดูกแข็งแรง..เสริมสร้างได้ด้วย “วิตามินดี”

กระดูกแข็งแรง

กระดูก, วิตามินดี, วิตามิน D, เสริมสร้างกระดูก, บำรุงกระดูก
ขอบคุณภาพจาก : pixfeeds.com
ภายในกระดูก, กระดูก, โพรงในกระดูก
กระดูกไม่ได้เป็นโครงสร้างที่แข็งทึบเพียงอย่างเดียว หากแต่มีช่องว่างที่อยู่ระหว่างโครงสร้างแข็ง
ขอบคุณภาพจาก : doterra.com และ sciencemag.org
ความสำคัญของ “กระดูก”

กระดูก (อังกฤษ: Bones) เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญ ประกอบขึ้นเป็นโครงร่างแข็งภายในร่างกาย มีหน้าที่หลักคือ

  • ป้องกันอวัยวะภายในที่สำคัญ เช่น กะโหลกศีรษะที่ป้องกันสมอง หรือกระดูกซี่โครงที่ป้องกันอวัยวะในทรวงอกจากอันตรายและการกระทบกระเทือน
  • การค้ำจุนโครงร่างของร่างกาย
  • การเคลื่อนไหว โดยกระดูกทำหน้าที่เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อและเอ็นต่างๆ และยังประกอบเข้าด้วยกันเป็นข้อต่อที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆได้
  • การผลิตเม็ดเลือด โดยไขกระดูกที่อยู่ภายใน เป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวที่สำคัญ
  • การเก็บสะสมแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังดึงเอาโลหะหนักบางชนิดที่อยู่ในกระแสเลือดมาเก็บไว้ เพื่อลดความเป็นพิษลง

โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง ทำให้กระดูกเสื่อม เปราะ บาง ผิดรูปและแตกหักได้ง่าย กระดูกที่ผุกร่อนหรือแตกหักจะทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ

กระดูกแข็งแรง เสริมสร้างได้ด้วย วิตามินดี

วิตามินดี (Vitamin D) หรือ แคลซิเฟอรอล (Calciferol) เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน
วิตามินดี แบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ

  • วิตามิน ดี 2 ที่สังเคราะห์ในพืช เห็ดและยีสต์จากรังสี UV ในแสงแดด พบมากในเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ
  • วิตามิน ดี 3 ที่สังเคราะห์ในผิวหนังของคนจากรังสี UVB เท่านั้น
ปวดหลัง, เจ็บหลัง, โรคปวดหลัง, ออฟฟิศซินโดรม, สาเหตุ, วิตามิน D, วิตามินดี, กระดูกสันหลัง
ขอบคุณภาพจาก : phys.org

โดยธรรมชาติของวิตามินดีแล้ว แบ่งออกเป็นรูปแบบหรือฟอร์มที่หลากหลาย เช่น D1, D2, D3, D4, D5 ซึ่งรูปแบบหรือฟอร์มที่มีผลต่อร่างกายของมนุษย์มากที่สุด นั่นคือ D2 และ D3 เราสามารถได้รับวิตามิน ได้ 2 ช่องทาง คือ การรับประทาน และ การสังเคราห์ที่ผิวหนังด้วยการรับแสงแดดที่เพียงพอ
วิตามินดี ยังพบได้มากในเนื้อปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซมอน ปลาเทราต์ ทูน่า เป็นต้น และพบใน น้ำมันตับปลา เนื้อสัตว์ ไข่ นม น้ำมันตับปลา ตับสัตว์ ไขมัน เนย

วิตามินดี ยังช่วยลดภาวะโรคกระดูกพรุน กล่าวคือเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเพื่อไปใช้ในกระบวนการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยรักษาสมดุลของกระบวนการสร้างกระดูก ป้องกันไม่ให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูก หรือการเกิดภาวะกระดูกบาง ที่จะนำไปสู่โรคกระดูกพรุน

ประโยชน์ของวิตามินดี
  • ช่วยดูดซึม แคลเซี่ยม และ ฟอสฟอรัส ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงพัฒนาการของกระดูกและฟัน
  • ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกบาง (Osteopenia) และกระดูกพรุน (Osteoporosis)
  • ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน รักษาระดับภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายจากโรคหวัด
  • มีส่วนช่วยให้การทำงานของสมองเป็นไปอย่างราบรื่นโดยเฉพาะในวัยสูงอายุ
  • ช่วยในกระบวนการสำคัญต่างๆของร่างกาย เช่น ช่วยลดฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (Parathyroid hormone) ป้องกันการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดและป้องกันโรคเบาหวาน
  • ระดับวิตามินดีในร่างกายมากกว่า ช่วยลดโอกาสการพัฒนาของเซลล์มะเร็ง เมื่อเทียบกับผู้ที่มีระดับวิตามินดีน้อยกว่า

สำหรับการรับวิตามินดีในปริมาณที่เพียงพอเหมาะสมนั้น ควรรับวิตามินดีจากแสงแดดอย่างเหมาะสมในแต่ละวัน เพราะอาหารที่มีวิตามินดีสูงมีจำกัด ทำให้การรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยปริมาณวิตามินดีในปริมาณที่แนะนำให้รับต่อวัน คือ

  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี ควรรับวิตามินดี 400-800 IU/วัน
  • ผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากร่างกายมีการสร้างกระดูกน้อยลง ควรรับวิตามินดี 800-1,000 IU/วัน
  • ในรายที่มีอาการเจ็บป่วยทางกระดูก ควรรับประทาน วิตามินดี 3 (D3)  ประมาณ 2,000 IU/วัน

 

อ่านบทความ :  “ปวดหลัง เจ็บหลัง ทั้งที่อายุยังไม่เยอะ…สาเหตุเพราะอะไร? ใช่โรคร้ายแรงหรือไม่?”


อ้างอิง :
– pobpad.com
– wikipedia.org
แชร์บทความนี้